ในการผลิตแม่พิมพ์ความละเอียดสูง ปัญหาหนึ่งที่วิศวกรและช่าง CNC มักพบคือ แม่พิมพ์บิดเบี้ยว (Warping) หลังจากการกัดเสร็จสิ้น สาเหตุหลักเกิดจาก "แรงเค้นตกค้าง" ในเนื้อวัสดุ การวางลำดับการกัด CNC ที่ถูกต้องจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาความแม่นยำของขนาดและยืดอายุการใช้งานของแม่พิมพ์
1. การกัดหยาบ (Roughing) แบบกระจายความร้อน
ลำดับแรกที่สำคัญคือการทำ Roughing ไม่ควรเน้นกัดลึกในจุดเดียวจนจบ แต่ควรใช้วิธีการกัดแบบไล่ระดับความลึกทั่วทั้งชิ้นงาน เพื่อให้ความร้อนและแรงเค้นที่เกิดขึ้นกระจายตัวสม่ำเสมอ ลดการสะสมพลังงานในจุดใดจุดหนึ่ง
2. การกัดกึ่งละเอียด (Semi-Finishing) เพื่อคืนรูป
ก่อนจะลงมือกัดละเอียด ควรมีการกัดกึ่งละเอียดเพื่อเหลือเนื้อวัสดุ (Stock) ไว้ประมาณ 0.2 - 0.5 มม. ลำดับนี้จะช่วยให้วัสดุ "เซตตัว" และเป็นการเช็คว่ามีการโก่งตัวเกิดขึ้นหรือไม่ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย
3. ลำดับการเดิน Toolpath จากกลางออกสู่ด้านนอก
การวางทิศทางทางเดินเครื่องมือ (Toolpath) ควรเริ่มจากส่วนที่หนาที่สุดหรือจุดกึ่งกลางของแม่พิมพ์ออกสู่ขอบ เพื่อให้แรงเค้นถูกผลักออกไปด้านนอก การใช้เทคนิค Climb Milling ในจังหวะที่เหมาะสมยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้อีกด้วย
4. การพักชิ้นงาน (Stress Relieving Pause)
ในกรณีแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ การวางลำดับควรมีช่วงพักให้วัสดุคายความร้อน หรือหากทำได้ ควรนำชิ้นงานไปผ่านกระบวนการ Heat Treatment หลังการกัดหยาบเพื่อคลายแรงเค้นก่อนจะกลับมาสไลด์ผิวละเอียด
สรุป
การวางลำดับการกัด CNC ที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว แต่คือการบริหารจัดการแรงดันและอุณหภูมิ หากลำดับการกัดถูกต้อง แม่พิมพ์ของคุณจะมีคุณภาพสูง ลดงานแก้ และประหยัดต้นทุนในระยะยาว
การกัดCNC,ลดแรงเค้น,ทำแม่พิมพ์,เทคนิคCNC
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น