ในอุตสาหกรรมการฉีดพลาสติกหรือการปั๊มขึ้นรูปโลหะ คุณภาพแม่พิมพ์ (Mold Quality) คือหัวใจสำคัญ แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือข้อมูลการสึกหรอหรือการปรับแต่งมักถูกเก็บเป็นกระดาษหรืออยู่ในหัวของช่างเทคนิค การประยุกต์ใช้เครื่อง CNC เป็นฐานข้อมูล จึงเป็นทางออกที่จะช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบในระยะยาว
ทำไมต้องเก็บข้อมูลคุณภาพแม่พิมพ์ผ่าน CNC?
เครื่อง CNC สมัยใหม่ไม่ได้มีหน้าที่แค่กัดชิ้นงาน แต่สามารถทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์และตัวบันทึกข้อมูล (Data Logger) ที่แม่นยำที่สุด การเก็บข้อมูลผ่านระบบนี้ช่วยให้เราเห็น แนวโน้มความเสื่อมสภาพของแม่พิมพ์ ก่อนที่จะเกิดงานเสีย (Defect) จริง
3 ขั้นตอนการเปลี่ยน CNC ให้เป็นฐานข้อมูลคุณภาพ
- 1. การบันทึกพิกัดตำแหน่ง (Probing Data): ใช้ Renishaw หรือ Probe ในเครื่อง CNC วัดระยะจุดวิกฤตของแม่พิมพ์ทุกครั้งหลังจบ Batch การผลิต
- 2. การเก็บข้อมูลภาระโหลด (Spindle Load Monitoring): บันทึกค่าโหลดของสปินเดิลขณะทำงาน เพื่อวิเคราะห์ความแข็งแรงของวัสดุแม่พิมพ์ที่เปลี่ยนไป
- 3. การส่งออกข้อมูลสู่ Cloud: เชื่อมต่อผ่านโปรโตคอล MTConnect หรือ OPC UA เพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง
การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์
เมื่อเรามี ฐานข้อมูลคุณภาพแม่พิมพ์ นานเกิน 6-12 เดือน เราจะสามารถทำ Predictive Maintenance ได้ โดยคำนวณจากค่าเบี่ยงเบน (Deviation) ที่เครื่อง CNC ตรวจพบ หากพิกัดตำแหน่งเริ่มคลาดเคลื่อนเกินค่ามาตรฐาน ระบบจะแจ้งเตือนให้ซ่อมบำรุงแม่พิมพ์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ชิ้นงานเสีย
ประโยชน์ในระยะยาวต่อธุรกิจ
| ด้าน | ผลลัพธ์ที่ได้ |
|---|---|
| ต้นทุน | ลดการสูญเสียจากการผลิตงาน NG และยืดอายุการใช้งานแม่พิมพ์ |
| เวลา | ลดเวลา Downtime ในการตรวจเช็คแม่พิมพ์ด้วยมือ |
| ความน่าเชื่อถือ | มี Data สนับสนุนเมื่อลูกค้าต้องการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) |
สรุป
การใช้ CNC เป็นฐานข้อมูลคุณภาพแม่พิมพ์ ไม่ใช่แค่เรื่องของการผลิต แต่เป็นเรื่องของการจัดการข้อมูล (Data Management) ที่จะเปลี่ยนโรงงานธรรมดาให้กลายเป็น Smart Factory อย่างแท้จริง ช่วยให้การตัดสินใจซ่อมหรือสร้างแม่พิมพ์ใหม่ทำได้อย่างแม่นยำด้วยตัวเลข ไม่ใช่การคาดเดา
การจัดการแม่พิมพ์, ข้อมูลCNC, ประกันคุณภาพ, อุตสาหกรรม4.0
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น