ในการกัดงานแม่พิมพ์ (Mold & Die) ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการเกิดความร้อนสะสมจนทำให้เนื้อเหล็กแม่พิมพ์เกิดการเปลี่ยนโครงสร้าง หรือเครื่องมือตัด (Cutting Tools) แตกหักก่อนเวลาอันควร การเลือก ความเร็วรอบ CNC (Spindle Speed) และ อัตราป้อน (Feed Rate) ที่เหมาะสม จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้งานออกมาสมบูรณ์แบบและลดความเสี่ยงในการแตกร้าว
1. เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วตัด (VC) และความเร็วรอบ (RPM)
ก่อนจะตั้งค่าความเร็วรอบ เราต้องทราบค่าความเร็วตัด (Cutting Speed หรือ $V_c$) ของวัสดุนั้นๆ ก่อน โดยทั่วไปเหล็กทำแม่พิมพ์เกรด P20, H13 หรือ S50C จะมีค่า $V_c$ ที่แตกต่างกัน สูตรคำนวณพื้นฐานคือ:
สูตรคำนวณความเร็วรอบ:
$n = \frac{V_c \times 1000}{\pi \times D}$
(เมื่อ $n$ คือความเร็วรอบ RPM และ $D$ คือเส้นผ่านศูนย์กลางของเครื่องมือตัด)
2. พิจารณาความแข็งของเหล็กแม่พิมพ์
หากคุณกำลังกัดเหล็กชุบแข็ง (Hardened Steel) ความเร็วรอบต้อง "ลดลง" แต่ต้องเพิ่มความแม่นยำในการระบายความร้อน การใช้ความเร็วรอบที่สูงเกินไปกับวัสดุที่มีความแข็งสูงจะทำให้เกิดความเค้น (Stress) ที่ผิวงาน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แม่พิมพ์เกิดการ "แตกร้าว" ในภายหลัง
3. การเลือกใช้ Chip Load ที่เหมาะสม
การป้องกันแม่พิมพ์แตกร้าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วรอบเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "ความหนาของเศษตัด" (Chip Load) หากความเร็วรอบสูงแต่อัตราป้อนต่ำเกินไป เครื่องมือจะทำการ "ขยี้" ผิวงานแทนการ "ตัด" ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงมาก
สรุปเทคนิคการตั้งค่าเพื่อลดการแตกร้าว
- ตรวจสอบค่า Hardness: ยิ่งเหล็กแข็ง ความเร็วตัด ($V_c$) ยิ่งต้องต่ำ
- ใช้ระบบหล่อเย็นที่เหมาะสม: สำหรับงานละเอียด (Finishing) การใช้เป่าลมหรือละอองน้ำมันจะช่วยลด Thermal Shock ที่ทำให้ผิวแตกร้าวได้ดีกว่า
- ฟังเสียงการตัด: เสียงที่สม่ำเสมอแสดงถึงการตัดที่สมดุล หากมีเสียงหวีดสูง แสดงว่าความเร็วรอบอาจสูงเกินไป
การเลือกความเร็วรอบ CNC อย่างมืออาชีพจะช่วยยืดอายุแม่พิมพ์ของคุณให้ยาวนาน ลดต้นทุนการซ่อมแซม และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
วิธีเลือกความเร็วรอบ, งานกัดแม่พิมพ์, เทคนิค CNC, ลดการแตกร้าว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น