ในการผลิตแม่พิมพ์ (Mold & Die) บ่อยครั้งที่เราพบว่าชิ้นงานจริงที่ผลิตออกมามีความคลาดเคลื่อนจากแบบจำลอง 3D ต้นฉบับ การทำ "วิเคราะห์ปัญหาแม่พิมพ์ย้อนกลับจากข้อมูลการกัด CNC" จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่า ความผิดพลาดเกิดจากขั้นตอนการออกแบบ แผนการกัดงาน (CAM Toolpath) หรือสภาพของเครื่องจักรกันแน่
ทำไมต้องวิเคราะห์แม่พิมพ์จากข้อมูลการกัด CNC?
การวิเคราะห์ย้อนกลับ (Reverse Analysis) โดยใช้ข้อมูลจาก NC Code และผิวงานจริงช่วยให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง ความเร็วรอบ (Spindle Speed), อัตราป้อน (Feed Rate) และ ความละเอียดของ Toolpath ที่ส่งผลต่อผิวแม่พิมพ์โดยตรง
ขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหาแม่พิมพ์ย้อนกลับ
- การตรวจสอบ NC Code (NC File Verification): นำ Code ที่ใช้กัดงานจริงมา Simulate ซ้ำเพื่อหาจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยสะท้าน (Chatter Marks)
- การเปรียบเทียบ Cloud Data: ใช้การ Scan ผิวแม่พิมพ์ที่กัดเสร็จแล้วมาซ้อนทับ (Overlay) กับไฟล์ CAD ต้นฉบับเพื่อหาจุดที่เนื้อเหล็กขาดหรือเกิน (Deviation Map)
- การวิเคราะห์ Cutting Force: ตรวจสอบว่าในจุดที่แม่พิมพ์มีปัญหา มีการกินลึก (Depth of Cut) ที่เกินกำลังของเครื่องมือตัดหรือไม่
Key Insight: ปัญหาแม่พิมพ์ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากตัวเหล็ก แต่เกิดจากการตั้งค่า Tolerance ในโปรแกรม CAM ที่ไม่เหมาะสมกับความละเอียดของเครื่อง CNC
แนวทางการแก้ไขและเพิ่มประสิทธิภาพ
เมื่อเราทราบจุดที่เกิดปัญหาจากการวิเคราะห์ข้อมูล CNC แล้ว เราสามารถปรับปรุงกระบวนการได้ดังนี้:
- ปรับปรุง Surface Finish Strategy ในโปรแกรม CAM
- เลือกใช้ดอกเอ็นมิล (Endmill) ที่มีคุณสมบัติลดแรงสั่นสะเทือน
- ตรวจสอบความแม่นยำของแกนเครื่อง (Machine Calibration) หากพบค่าเบี่ยงเบนที่เป็นรูปแบบเดิมซ้ำๆ
การนำข้อมูลการกัด CNC มาวิเคราะห์ย้อนกลับ ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการผลิตแม่พิมพ์ให้มีความแม่นยำสูงและลดการแก้ไขงาน (Rework) ได้อย่างยั่งยืน
วิเคราะห์แม่พิมพ์, การกัดCNC, ปัญหาแม่พิมพ์, ข้อมูลCNC
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น