ในการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรม การเลือกกระบวนการผลิตที่ถูกต้องเป็นกุจแจสำคัญสู่ความสำเร็จ บทความนี้จะเจาะลึก "วิธีการเปรียบเทียบหลักการตัดเฉือนของ CNC Milling กับ CNC Lathe" อย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณเข้าใจความแตกต่างและเลือกใช้งานได้อย่างมืออาชีพ
1. ทิศทางการเคลื่อนที่และแกน (Axes of Movement)
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือจำนวนแกนและการเคลื่อนที่:
- CNC Milling: โดยทั่วไปจะมี 3 แกนพื้นฐาน (X, Y, Z) โดยที่ชิ้นงานจะถูกยึดอยู่กับที่บนโต๊ะงาน และเครื่องมือตัด (Cutting Tool) จะเป็นฝ่ายหมุนและเคลื่อนที่ไปหาชิ้นงาน
- CNC Lathe: หรือเครื่องกลึง CNC มักทำงานใน 2 แกน (X, Z) โดยที่ชิ้นงานจะเป็นฝ่ายหมุน (Rotation) และเครื่องมือตัดจะเคลื่อนที่เข้าหาชิ้นงานเพื่อปอกผิว
2. ลักษณะของเครื่องมือตัด (Cutting Tools)
หากเราเปรียบเทียบตามหลักการตัดเฉือน (Machining Principle):
- การกัด (Milling): ใช้เครื่องมือตัดแบบหลายคมตัด (Multi-point tool) เช่น End Mills หรือ Face Mills ซึ่งหมุนด้วยความเร็วรอบสูง
- การกลึง (Lathe): ใช้เครื่องมือตัดแบบคมตัดเดียว (Single-point tool) ที่เน้นความแข็งแรงเพื่อรับแรงกดจากการหมุนของชิ้นงาน
3. รูปทรงของชิ้นงานที่เหมาะสม
การเลือกใช้เครื่องจักร CNC Milling หรือ CNC Lathe ขึ้นอยู่กับรูปทรงเรขาคณิต (Geometry) ของชิ้นงาน:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | CNC Milling | CNC Lathe |
|---|---|---|
| รูปทรงชิ้นงาน | สี่เหลี่ยม, ทรงอิสระ (Prismatic) | ทรงกระบอก, ทรงกรวย (Cylindrical) |
| การหมุน | เครื่องมือหมุน | ชิ้นงานหมุน |
สรุป: ควรเลือกใช้อะไร?
หากชิ้นงานของคุณมีความสมมาตรตามแนวแกน (Symmetrical) เช่น เพลา หรือน็อต CNC Lathe คือคำตอบที่รวดเร็วและประหยัดที่สุด แต่หากชิ้นงานมีพื้นผิวซับซ้อน มีรูเจาะหลายด้าน หรือเป็นรูปทรงเหลี่ยม CNC Milling จะตอบโจทย์ได้ครอบคลุมกว่า
การเข้าใจพื้นฐานการตัดเฉือนของทั้งสองระบบนี้ จะช่วยให้การบริหารจัดการต้นทุนและเวลาในการผลิตมีประสิทธิภาพสูงสุด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น